ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคติดต่อที่สำคัญในแมว

โรคติดต่อที่สำคัญในแมว

โรคไข้หัดแมว
โรคนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโรคลำไส้อักเสบติดเชื้อไวรัสในแมว เกิดได้ในแมวทุกอายุ สาเหตุของโรคนี้คือ เชื้อ parvovirus ติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรง โดยเฉพาะทางอุจจาระ ภาชนะใส่อาหาร น้ำ กรง หรือที่ขับถ่ายของแมว แมวทุกตัวควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ อาการที่พบคือ มีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน เม็ดเลือดขาวต่ำมาก เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย มีอาการขาดน้ำ อ่อนเพลีย ตัวสั่น และเดินไม่ตรง แมวอาจเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์ และมีโอกาสรอดชีวิตต่ำมาก โดยเฉพาะในกล่ามแมวที่ไม่ได้รับวัคซีน ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้เมื่อลูกแมวอายุ 6-12 สัปดาห์และแดกระตุ้นซ้ำอีก 2-3 ครั้ง โดยห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ ควรฉีดกระตุ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี

โรคหวัดติดต่อในแมว (Feline Herpes Virus)
หรืออีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดี Feline Rhinotracheitis Virus เชื้อนี้ทำให้เกิดโรครุนแรงกว่าเชื้อ Calicivirus โดยเฉพาะในลูกแมว เชื้อโรคจะมีระยะฟักตัว 2-6 วัน ต่อมาแมวจะซึม ไม่กินอาหาร มีไข้ จามมาก ตาแดง น้ำมูก น้ำตา น้ำลายไหล จากนั้นจะเปลี่ยนจากใสเป็นเขียวข้นหรือเหลือข้น ติดเกรอะกรัง ทำให้แมวหายใจลำบาก อาการรุนแรงถึงขั้นปอดบวมและตายได้ ในรายที่ท้องอาจแท้งได้เนื่องจากไข้สูง ในแมวเล็ก ๆ อาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้

โรคหวัด-หลอดลมอักเสบ (Feline Calicivirus)
เป็นเชื้อที่ก่อนโรคได้ในแมวส่วนมาก อาการคือ มีน้ำมูก น้ำตาไหล เป็นแผลที่ช่องปากและลิ้น ซึมและเบื่ออาหาร มีไข้ในเวลาต่อมา แมวส่วนใหญ่จะเจ็บลิ้นและไม่กินอาหาร อาการจึงรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในลูกแมวอาจทำให้ปอดอักเสบ ในรายที่สภาพภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่ปกติ เช่น ป่วยเป็นโรคเอดส์แมว มักจะป่วยเรื้อรังด้วยอาการช่องปากอักเสบ เหงือกอักเสบ และทอนซิลอักเสบ

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

ภาวะเสื่อมของสมองและระบบประสาทในสุนัขชรา

ภาวะเสื่อมของสมองและระบบประสาทในสุนัขชรา
สมองก็เหมือนอวัยวะอื่นๆ ขอร่างกายเมื่อถึงวัยชราเซลล์สมองจะถูกทำลายมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง จากการศึกษาพบว่า 50% ของสุนัขเมื่อมีอายุ 8 ปีขึ้นไป จะแสดงอาการเสื่อมของสมอง

อาการ
ภาวะเสื่อมของสมองจะค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยชรา สิ่งแรกที่เจ้าของจะสังเกตได้คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย เช่น นอนมากขึ้น ไม่ค่อยมีแรง หรือแสดงอาการหงุดหงิด โดยอาการเหล่านี้มักถูกเข้าใจผิดว่า เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชรา และถูกปล่อยไว้จนกระทั่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแย่ลง อาการเหล่านี้มีชื่อย่อว่า DISH ซึ่งเป็นศัพท์ทางสัตวแพทย์ที่ใช้เรียกเพื่อวินิจฉัยอาการ
(D = Disorientation)
* ไม่สามารถจดจำเส้นทาง หลงทิศในสถานที่ที่คุ้นเคย
* จำคนหรือสถานที่ที่คุ้นเคยไม่ได้
* เฉื่อยชา ความตื่นตัวลดลง และมีพฤติกรรมที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย

(I = Interacts Less)
* ไม่ต้อนรับหรือจดจำสมาชิกในครอบครัวไม่ได้
* ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ไม่เรียกร้องความสนใจหรือขอให้เล่นด้วย

(S = Sleep Patten Disturbed)
* นอนกลางวันมากขึ้น และ/หรือนอนน้อยลงในตอนกลางคืน
* เดินไปเดินมาในบ้านตลอดกลางคืน

(H = House Training Lost)
* ไม่ขอออกไปนอกบ้าน
* ขับถ่ายในที่ที่ผิดปกติจากเดิม
* ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ บางครั้งทำสกปรกในบ้าน

สาเหตุของภาวะเสื่อมของสมองและระบบประสาทในสุนัขชรา
เมื่อเข้าถึงวัยชรา สมองจะถูกอนุมูลอิสระทำลายมากขึ้น อนุมูลอิสระนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากกระบวนการทางเคมีของร่ายกายหรือแม้กระทั่งเกิดจากมลภาวะ รังสีอัลตราไวโอเลต ก็มีส่วนทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ต้องมีการลดสารเหล่านี้ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
นิ่วเกิดจากการรวมตัวของผลึกแร่ธาตุซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ยังสามารถพบก้อนนิ่วได้ในบริเวณอื่นของทางเดินปัสสาวะ เช่น ไต แต่มักพบไม่บ่อยเท่านิ่วในกระเพาะปัสสาวะ การเกิดนิ่วมีผลส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ ซึ่งทำให้เกิดการก่อตัวของก้อนนิ่ว นิ่วชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดได้แก่ นิ่วชนิดสตรูไวท์ที่เกิดในปัสสาวะที่เป็นด่าง ส่วนนิ่วบางชนิดเกิดได้ง่ายในปัสสาวะที่เป็นกรด

อาการที่พบบ่อย
เมื่อสุนัขมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้เกิดความไม่สบายตัว ดังนั้น ควรติดต่อสัตวแพทย์ทันที เมื่อท่านสังเกตเห็นอาการเหล่านี้
- พยายามเบ่งปัสสาวะ
- ถ่ายปัสสาวะยาก และช้า
- เลียรอบบริเวณอวัยวะเพศ
- แสดงอาการเจ็บปวดเวลาปัสสาวะ
- พยายามปัสสาวะบ่อยครั้ง
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
- ปัสสาวะมีเลือดปน
สาเหตุของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

การเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมักไม่ได้เกิดมาจากสาเหตุเดียว โดยปัจจัยที่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ได้แก่
การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ
การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง จนถึงระดับที่นิ่งชนิดสตรูไวท์สามารถก่อตัวได้
อาหาร
แร่ธาตุปริมาณสูงในอาหารจะสนับสนุนการก่อตัวของผลึกนิ่วในปัสสาวะ เช่น แร่ธาตุแมกนีเซียมและฟอสเฟต ที่เป็นองค์ประกอบหลักของนิ่วชนิดสตรูไวท์ ซึ่งเป็นนิ่งที่พบได้บ่อยที่สุด อาหารบางชนิดอาจก่อให้เกิดความเป็นกรดในปัสสาวะ และก่อให้เกิดนิ่วชนิดอื่น ๆ ได้ ดังนั้น ควรเลือกอาหารสุนัขที่มีการควบคุมปริมาณแร่ธาตุในอาหาร
การดื่มน้ำน้อย
การดื่มน้ำน้อยจะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่ว
สายพันธุ์
สุนัขบางสายพันธุ์ เช่น มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ดัลเมเชี่ยน ยอร์คไชร์ เทอร์เรียร์ และบูลด๊อก มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วบางชนิด

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคความผิดปกติของทางเดินอาหาร

ความผิดปกติของทางเดินอาหาร
ความเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากความผิดปกติของทางเดินอาหารนั้นไม่ร้ายแรงมากนัก และสามารถรักษาให้หายได้ภายในระยะเวลาเพียง 2-3 วัน แต่สัตว์เลี้ยงบางตัวก็อาจใช้เวลาในการรักษายาวนานกว่าปกติ แต่หากสัตว์เลี้ยงแสดงอาการผิดปกติของทางเดินอาหารอย่างต่อเนื่อง หรือมีความผิดปกติที่เกิดจากการที่ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมอาหารได้ลดลง การเคลื่อนไหว หรือการบีบตัวของลำไส้ผิดปกติ ถือว่าเป็นความผิดปกติของทางเดินอาหารทั้งสิ้น โดยประสิทธิภาพของการย่อยและดูดซึมอาหารมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเนื้อเยื่อ ตลอดจนการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย
อาการ
อาการที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของทางเดินอาหารที่พบมากที่สุดคือ อาการถ่ายเหลว หรือท้องเสีย อย่างไรก็ตามยังมีอาการอื่น ๆ ที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของทางเดินอาหาร คือ
- อาเจียนหรือท้องเสีย
- เบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากกว่าปกติ
- ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- อุจจาระมีเมือกหรือเลือดปน
- แสดงอาการเจ็บปวดเวลาถ่าย หรือถ่ายไม่ออก
- น้ำหนักลด
- ท้องตึงหรือเจ็บปวดเมื่อสัมผัส
สาเหตุของความผิดปกติของทางเดินอาหาร
ความผิดปกติของทางเดินอาหารนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ส่วนมากเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การแพ้อาหาร การติดเชื้อ หรือการขาดเอ็นไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร สำหรับสุนัขบางสายพันธุ์ได้แก่ เกรทเดน เยอร์มัน เชพเพิร์ด โกลเดน รีทรีฟเวอร์ และคอลลี่ จะเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติในทางเดินอาหารได้มากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ
โดยสัตว์แพทย์จะเป็นผู้ทำการตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นในทางเดินอาหาร สาเหตุส่วนใหญ่ของทางเดินอาหารผิดปกติเกิดได้จาก
กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลัน
ความผิดปกติที่เกิดจากการอักเสบของกระเพาะและลำไส้นั้นมักแสดงอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างทันทีทันใด เนื่องมาจากการที่สัตว์เลี้ยงรับประทานอาหารที่เน่าเสีย หรือบริโภคสารพิษเข้าไปในร่างกาย
ลำไส้ใหญ่อักเสบ
โดยมากสัตว์เลี้ยงที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี มักมีอาการผิดปกติจากลำไส้ใหญ่อักเสบ โดยจะทำให้ถ่ายบ่อย แสดงอาการเจ็บปวดเวลาขับถ่าย ท้องเสีย หรือมีมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระ
ท้องผูก
โดยทั่วไปอาการท้องผูกเกิดจากการที่สัตว์เลี้ยงออกกำลังกายไม่เพียงพอ และได้รับอาหารหรือของขบเคี้ยวที่ย่อยยาก เช่น กระดูก
ความผิดปกติของตับอ่อน
กรณีนี้สัตว์เลี้ยงมักมีน้ำหนักตัวลดลง มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น และถ่ายอุจจาระเหลวออกมาในปริมาณมาก
การดูดซึมของลำไส้เล็กผิดปกติ
ความผิดปกติที่เกิดจากการอักเสบของลำไส้เล็ก จะทำให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการดูดซึมสารอาหาร มีอาการท้องเสียอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักลด และความอยากอาหารลดลง

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคตับ

โรคตับ
ตับเป็นอวัยวะสำคัญ ซึ่งมีหน้าที่หลากหลาย เช่น ย่อยและเปลี่ยนแปลงสารอาหาร กำจัดของเสียจากเลือด และยังเป็นอวัยวะที่เก็บสะสมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งความผิดปกติของตับส่วนมากเกิดจากการอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตับสูญเสียการทำงานไป นอกจากนั้นโรคต่าง ๆ ยังมีผลกระทบต่อการทำงานของตับ
ตับเป็นอวัยวะที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ปัญหาที่เกิดจากโรคตับจึงเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ หากได้รับการรักษาและการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม
อาการของโรคตับ

อาการของโรคตับมักจะคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่น ๆ ส่วนมากมักพบอาการเหล่านี้
- เบื่ออาหาร
- น้ำหนักลด
- กระหายน้ำหรือดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
- อาเจียนหรือท้องเสีย
- ซึมเศร้า (ในสุนัข)
- น้ำลายไหล (ในแมว)
สาเหตุของโรคตับ
โรคตับสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ ได้แก่
อายุ
เนื้องอกในตับพบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป
พันธุ์
สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์ เช่น เบดลิงตัน เทอร์เรีย, ยอร์คไชร์ เทอร์เรีย, คอกเกอร์ สแปเนียล และแมวไทย มักมีความเสี่ยวต่อการเกิดโรคตับ และมีโอกาสเกิดความผิดปกติของตับมาตั้งแต่กำเนิดมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ
โรคอ้วน
แมวที่เป็นโรคอ้วนมักมีความเสี่ยงในการเกิดโรคตับ
ยาและสารเคมี
ยาบางชนิดมีผลต่อตับ และการได้รับสารเคมีรวมถึงการได้รับยาในปริมาณที่มากและนาน จะทำให้เกิดความเสียหายของตับ

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคข้ออักเสบ

โรคข้ออักเสบ
โรคข้ออักเสบ สามารถพบได้เมื่อเกิดความผิดปกติของข้อต่อ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อกระดูกอ่อนมีการสึกกร่อนอย่างรวดเร็วกว่าการสร้างทดแทน กระดูกอ่อนมีบทบาทในการช่วยรองรับน้ำหนักและกันการกระแทก เพื่อป้องกันกระดูก ดังนั้นถ้าหากกระดูกอ่อนมีการสึกกร่อน ก็จะทำให้ข้อต่อบวมและเกิดความเจ็บปวด
ถึงแม้ว่าโรคข้ออักเสบอาจทำการรักษาได้ไม่หมด แต่สามารถลดความรุนแรงของโรคและช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้
อาการของโรคข้ออักเสบ
หากสุนัขเป็นโรคข้ออักเสบ สิ่งแรกที่สามารถสังเกตเห็นได้คือ การเคลื่อนไหวตัวลำบาก ไม่ค่อยอยากเดิน วิ่ง หรือกระโดด บางครั้งอาจส่งเสียงร้องหรือสะดุ้งเมื่อถูกจับบริเวณที่มีความผิดปกติ

สาเหตุของโรคข้ออักเสบ

อายุ
เมื่อสัตว์เลี้ยงอายุมากขึ้น กระดูกอ่อนจะเริ่มมีการเสื่อมสภาพ จึงทำให้สุนัขชราได้รับความทรมานจากโรคข้ออักเสบในระดับความรุนแรงต่าง ๆ ได้
สายพันธุ์
สุนัขพันธุ์ใหญ่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้ออักเสบ ได้มากกว่าพันธุ์อื่น ๆ เช่น สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ลาบราดอร์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และโดเบอร์แมน
น้ำหนักตัวเกิน
น้ำหนักตัวที่มากของสัตว์เลี้ยงจะเพิ่มการกดทับบริเวณข้อต่อ ซึ่งจะโน้มนำให้เกิดโรคข้ออักเสบ
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ
ความเสื่อมของข้อต่อเป็นผลมาจากการกดทับหรือการบาดเจ็บที่มีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ
พันธุกรรม
สัตว์เลี้ยงบางตัวมักมีโอกาสการเกิดโรคข้ออักเสบมาตั้งแต่กำเนิด
การติดเชื้อ
บางครั้งการติดเชื้อต่าง ๆ สามารถทำลายเนื้อเยื่อ ข้อต่อ และกระดูกอ่อนได้

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือด (กลูโคส) ไปใช้และไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ อินซูลินที่ถูกสังเคราะห์จากตับอ่อนจะเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้และควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด การหลั่งและการสร้างอินซูลินที่ผิดปกติจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของสัตว์ป่วย
เบาหวานมีด้วยกัน 2 ชนิด และทั้งสองชนิดสามารถควบคุมได้โดย การออกกำลังกาย และการให้ฮอร์โมนอินซูลินในกรณีที่จำเป็น และการให้อาหารพิเศษ

อาการของโรคเบาหวาน
อาการของโรคเบาหวาน บ่งบอกได้ยาก เนื่องจากมักมีอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่น ๆ ดังนั้นควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันที หากพบอาการเหล่านี้
- กระหายน้ำเพิ่มขึ้น
- ปัสสาวะมากขึ้นและบ่อยขึ้น
- น้ำหนักลด
- ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป เริ่มกินมากขึ้น และลดลงในภายหลัง
- เซื่องซึม อ่อนเพลีย
- อาเจียนในรายที่มีอาการรุนแรง
- ต้อกระจก (ในสุนัข)

สาเหตุของโรคเบาหวาน
การมีอินซูลินไม่เพียงพอมักเกิดจากความเสียหายของตับอ่อน ซึ่งเป็นอวัยวะที่สังเคราะห์อินซูลิน ในสัตว์เลี้ยงบางตัว เบาหวานไม่ได้เกิดจากการขาดอินซูลิน แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือยาที่มีผลลดหน้าที่ของอินซูลิน ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยวและอาจก่อให้เกิดโรคเบาหวานได้แก่
สภาพร่างกาย
สุนัขและแมวที่มีน้ำหนักเกิน มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคเบาหวาน
อายุ
สัตว์เลี้ยงสามารถเกิดเบาหวานได้ในทุกช่วยอายุ ถึงแม้ว่าจะพบได้บ่อยในช่วงอายุประมาณ 8 ปี
สายพันธุ์
สุนัขบางสายพันธุ์ เช่น ซามอยด์, มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์, มินิเอเจอร์ พุดเดิ้ล และบิซอง มีความเสี่ยงที่จะเกิดเบาหวานได้มากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ในขณะที่แมวพันธุ์เบอร์มีส มีความเสี่ยงมากกว่าแมวพันธุ์อื่น

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

การทำวัคซีนในสุนัขและแมว

การทำวัคซีนในสุนัขและแมว
ทำไมต้องฉีดวัคซีน
การทำงานของวัคซีนนั้นคือ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ประกอบด้วยเซลล์ต่าง ๆ และ antibody ภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขส่วนหนึ่งนั้นได้มาจากนมน้ำเหลือที่ได้จากแม่ในช่วงแรกหลังคลอดใหม่ ๆ ซึ่งจะลดลงเมื่อลูกสุนัขมีอายุประมาณ 2 เดือน และอยู่ได้นานประมาณไม่เกิน 3 เดือน ช่วงที่ระดับภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ลดต่ำลงนี้ จะไม่สามารถป้องกันลูกสัตว์จากโรคติดต่อร้ายแรงได้

ทำไมถึงต้องมีการฉีดวัคซีนซ้ำอีก
หลาย ๆ คนเชื่อว่าถ้าลูกสุนัขได้รับวัคซีนไปตั้งแต่เด็กแล้ว ภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ไปตลอดชีวิต แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น เราต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ หากไม่มีการกระตุ้นวัคซีนเป็นประจำสุนัขก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันที่จะป้องกันโรคร้ายแรงบางอย่างได้ และมักพบว่าสัตว์มีการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวอยู่บ่อย ๆ

โรคอะไรบ้างที่เราสามารถใช้วัคซีนป้องกันได้ในสุนัข
ในปัจจุบันโรคติดต่อที่สำคัญในสุนัข คือ โรคลำไส้อักเสบในสุนัข โรคไข้หัดสุนัข โรคตับอักเสบติดต่อในสุนัข โรคเลปโตสไปโรซีส โรคไข้หวัดในสุนัข และโรคพิษสุนัขบ้า ทุกโรคดังกล่าว สามารถป้องกันได้โดยการให้วัคซีน

การเตรียมตัวสุนัขก่อนทำวัคซีน
- สุนัขที่จะไปทำวัคซีนควรมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่ป่วยเป็นโรคใด ๆ ในช่วงดังกล่าว เพื่อให้ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่
- สัตว์ที่มีความเสี่ยงในการติดโรค ควรได้รับวัคซีนทุกตัว เช่น ลูกสัตว์ที่เกิดจากแม่สุนัขอ่อนแอ ลูกสัตว์ที่ไม่ได้รับนมน้ำเหลือทันทีหลังคลอด สัตว์ที่เลี้ยงอยู่อย่างหนาแน่น และสัตว์ที่อยู่ในบริเวณเกิดการระบาดของโรค

อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้จากการทำวัคซีนในสุนัขและแมว
- มีอาการบวม แดง ผื่นแพ้ บริเวณที่ฉีดวัคซีน (ภายใน 24 ชั่วโมง)
- มีอาการซึม อ่อนเพลีย บางรายอาจพบว่ามีไข้ (ภายใน 24-72 ชั่วโมง)
- พันธุ์สุนัขที่โน้มนำให้เกิดการแพ้วัคซีนได้ง่าย คือ พุดเดิ้ล, ดัชชุนพันธุ์ขนยาว, สก๊อตติช เทอร์เรีย, โอลด์อิงลิช ชีพด็อก, เชดแลนด์ ชีพด็อก, ชิห์ สุ, ไวน์มาราเนอร์ และอเมริกัน ค็อกเกอร์ สแปเนียล
- อาการอื่น ๆ เช่น อาเจียน ท้องเสีย ตาแดงหรือตาอักเสบ

การดูแลสุนัขหลังได้รับวัคซีน
- หลังฉีดวัคซีน ควรพักดูอาการที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์อย่างน้อย 30 นาที- 1 ชั่วโมง ให้แน่ใจว่าสัตว์มีอาการ ปกติจึงกลับบ้านได้
- งดอาบน้ำสัตว์หลังทำวัคซีนเป็นเวลา 7 วัน
- สุนัขแต่ละตัวจะตอบสนองต่อวัคซีนโดยการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ อายุของสัตว์ ประเภทและชนิดของวัคซีน และสุขภาพโดยทั่วไปของสุนัข หลังการฉีดวัคซีน อาการต่อไปนี้อาจเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ ได้แก่ อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ๆ หรือเบื่ออาการ หากหลังจาก 48 ชั่วโมง อาการดังกล่าวยังคงอยู่ควรปรึกษาสัตวแพทย์
- ภายหลังจากการทำวัคซีนต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 5-7 วัน ร่างกายจึงจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันโรค และต้องได้รับวัคซีนอีกอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ถึงจะมีระดับภูมิคุ้มกันโรคเพียงพอ หากมีการติดเชื้อก่อนที่ระดับภูมิคุ้มกันจะสูงเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ สุนัขที่ทำวัคซีนก็จะเกิดโรคได้เช่นกัน ดังนั้น ก่อนสุนัขจะฉีดวัคซีนครบตามโปรแกรมต้องป้องกันไม่ให้สัตว์มีโอกาสสัมผัสโรค เช่น อยู่ในพื้นที่ระบาดของโรค คลุกคลีกับสัตว์ป่วย เลี้ยงสัตว์หนาแน่น ให้สัตว์ได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

โรคติดต่อที่สำคัญในสุนัข

โรคติดต่อที่สำคัญในสุนัข
โรคลำไส้อักเสบติดต่อจากเชื้อไวรัสพาร์โว
เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่พบได้บ่อยในสุนัข อาการที่พบคือ อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว เชื้อไวรัสทำให้หัวใจเกิดความเสียหาย สุนัขอาจตายได้ภายใน 24 ชั่วโมง การป้องกันโรคนี้มีทางเดียวคือการทำวัคซีนป้องกันเท่านั้น

โรคสำไส้อักเสบติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรน่า
พบได้บ่อยในลูกสุนัขที่อายุ 2-4 เดือน และอาการจะรุนแรงมากขึ้น หากติดเชื้อร่วมกับ parvovirus โดยสุนัขจะแสดงอาการซึม อาเจียน มีไข้ และท้องร่วงอย่างรุนแรง กลิ่นของอุจจาระจะเหม็นคาวมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ เนื่องจากไวรัสเข้าไปทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้สัตว์ขาดสารอาหาร และขาดน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้สุนัขผอมและเสียชีวิตได้ในเวลาไม่นาน

โรคไข้หัดสุนัข
เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและหลายครั้งพบว่าทำให้สุนัขเสียชีวิต กรณีที่สุนัขรอดชีวิต พบได้บ่อยว่าทำให้เกิดความพิการอย่างถาวร เช่น กล้ามเนื้อขากระตุก เดินวน เดินเอียง สูญเสียการมองเห็นเนื่องจากประสาทตาถูกทำลาย การรักษามักไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ การทำวัคซีนหลังจากที่สัตว์เป็นโรคแล้วไม่สามารถทำให้สัตว์รอดชีวิตได้

โรคตับอักเสบติดต่อ
โรคนี้จะทำให้เกิดความเสียหายที่ตับ ในกรณีที่เป็นรุนแรง สุนัขอาจเสียชีวิตได้ ภายใน 24-36 ชั่วโมง หลังหายจากโรค สัตว์จะกลายเป็นพาหะของโรคนี้และสามารถที่จะแพร่เชื้อไวรัสไปติดสุนัขอื่นได้

โรคเลปโตสไปโรซีส
โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์ที่เป็นโรค สำหรับในสุนัขจะมีอาการของโรค 2 แบบ คือ แบบแรกจะเกิดไข้ฉับพลันและมีอาการดีซ่าน ซึ่งมักพบได้บ่อยว่าเกิดการติดเชื้อจากหนู rat ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกหนูกัด หรือไปสัมผัสกับปัสสาวะของหนูที่ติดเชื้อนี้ ส่วนแบบที่สองก็อาจพบอาการแบบเฉียบพลันได้แต่มักจะพบในแบบอาการเรื้อรังมากกว่า หลายปีหลังจากได้รับเชื้อพบว่าโรคนี้จะทำให้ไตถูกทำลายอย่างช้า ๆ และเกิดไตวายขึ้นได้

โรคพิษสุนัขบ้า
โรคติดต่อสำคัญ ที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสและเป็นโรคสัตว์ติดคน เป็นอันตรายถึงชีวิต มักมีการระบาดมากในช่วงฤดูร้อน เชื้อไวรัสจะอยู่ที่น้ำลายของสุนัขและเข้าทางบาดแผลที่ถูกกัด รอยขีดข่วน รอยถลอก หรือแม้แต่การถูกเลีย โรคพิษสุนัขบ้าเป็นได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด แต่พบมากที่สุดในสุนัข สัตว์ที่เป็นโรคนี้จะได้รับความทุกข์ทรมานมาก และเสียชีวิตในที่สุด ป้องกันได้โดยการทำวัคซีนเมื่อสัตว์อายุ 3 เดือน และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี

Canine Parainfluenza
เชื้อไวรัสเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคนี้ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Kennel Cough’ สาเหตุหลักอีกอย่างหนึ่งของโรคคือ เชื้อแบคทีเรีย Bordetella bronchiseptica สุนัขจะทรมานจากการไออย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และโน้มนำให้เกิดปอดอักเสบ หรือปอดบวมซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดทั้งเจ้าของสัตว์และต่อตัวสัตว์เลี้ยงเอง

Category : ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง